เว็บไซต์นี้จัดทำขึ้นโดยผู้ที่ต่อต้านการทิ้ง “ขยะเปียก” (เศษอาหาร) ปะปนรวมกับ “ขยะแห้ง” อย่างที่เราพบเห็นกันบ่อย ๆ ในสังคมไทย เช่น
- นำเศษผักผลไม้ก่อนปรุง (เปลือกผลไม้ ใบผักที่ตัดทิ้ง เกล็ดปลา เปลือกหอย ฯลฯ)
- ผสมกับอาหารสุกเหลือทิ้ง (ข้าวเหลือ น้ำแกง เศษกระดูก ฯลฯ)
- ใส่รวมในถุงพลาสติก มัดปากถุง แล้วรอเทศบาลมาเก็บไปทิ้งรวมกันในบ่อขยะเดียว
อ่านบทนำฉบับเต็ม คลิกที่นี่ →
แม้ว่าปัจจุบัน กรุงเทพมหานครและหลายหน่วยงานจะรณรงค์ให้แยกขยะเปียก (ที่ย่อยสลายได้) ออกจากขยะรีไซเคิลหรือขยะที่ต้องเผาเพื่อผลิตไฟฟ้า แต่ในทางปฏิบัติยังมีหลายครัวเรือนที่ยังไม่เข้าใจ หรือบางคนลักลอบทิ้งขยะเปียกรวมกับขยะแห้งเหมือนเดิม
อีกวิธีที่หน่วยงานราชการพยายามส่งเสริมคือ “ตะกร้าหลุมฝังในสวน” โดยให้ใส่เศษอาหารลงไปแล้วกลบดิน แต่ถ้าจัดการไม่ถูกวิธี (ขาดอากาศ หรือใส่ปริมาณมากเกินไป) ก็จะเกิดปัญหา
- กลิ่นเหม็นรบกวน
- มีแมลงวัน หนอน หนู
- กลายเป็นการหมักแบบไร้อากาศที่ผิดวิธี เกิดก๊าซไข่เน่า และเศษอาหารไม่ย่อยสลาย
ผู้จัดทำเว็บจึงอยากนำเสนอวิธีจัดการขยะเปียกในครัวเรือนที่ “ได้ผลจริง – ไร้กลิ่น – ทำได้ง่าย” โดยเริ่มต้นจากประสบการณ์จริงที่ทำมาหลายปี ดังนี้
1. ถังหมักโบคาชิ (Bokashi) แบบไร้ออกซิเจน ต้นตำรับจากญี่ปุ่น
- เหมาะกับเศษอาหารทั้งแบบดิบและสุกแล้ว
- ห้ามใส่ของเหลว เช่น น้ำแกง นม น้ำผลไม้
- เราใช้ถังรีไซเคิลหรือถังผลิตในไทย (ไม่นำเข้าจากต่างประเทศเพื่อลดต้นทุน)
- ใช้รำอีเอ็ม (EM) ที่ผลิตโดยชาวนาอินทรีย์ จ.สุพรรณบุรี
2. ถังหมักใบไม้แบบใช้อากาศ (Compost Bin แบบเติมอากาศ)
- มีทั้งแบบตั้งพื้นธรรมดาในสวน และแบบหมุนเพื่อเพิ่มอากาศให้ย่อยเร็วขึ้น
- บางคนนำมาใช้หมักขยะครัวด้วยได้ แต่ต้องผสมใบไม้แห้งให้เพียงพอ มิฉะนั้นจะเกิดกลิ่น
3. บ้านไส้เดือน (Worm Bin / Vermicomposting)
- เหมาะมากสำหรับประเทศไทย เพราะขยะเปียกส่วนใหญ่เป็นเปลือกผลไม้ขนาดใหญ่ (แตงโม ส้มโอ มะละกอ กล้วย สับปะรด ฯลฯ) และเศษผักจำนวนมาก
- ถังโบคาชิขนาดเล็กจะใส่ไม่พอ แต่ไส้เดือนกินได้เร็วมาก
- ได้ผลพลอยได้เป็น “มูลไส้เดือน” คุณภาพสูงสำหรับปลูกผักอินทรีย์
หากท่านมีคำถาม ข้อสงสัย หรืออยากปรึกษาวิธีไหนเป็นพิเศษ ผู้จัดทำยินดีตอบทุกคำถามจากประสบการณ์จริงที่ปฏิบัติมา
ขอขอบคุณที่สนใจและช่วยกันลดขยะเปียกอย่างถูกวิธีครับ
ด้วยความเคารพทีมงาน Thaibokashi.com
